พื้นที่ในสวนหลวง ร.๙

สวนหลวง ร.๙ แบ่งพื้นที่ออกเป็น ๖ บริเวณ ดังนี้

บริเวณ ที่ ๑ อุทยานมหาราช
พื้นที่ประมาณ ๒๑ ไร่ ประกอบด้วยหอรัชมงคล ด้านหน้าเป็นสวนราชพฤกษ์ และสระน้ำพุขนาดใหญ่ ๓ สระ ตกแต่งด้วยไม้ดอกไม้ประดับอย่างสวยงาม  ภายในจัดเป็นห้องกระจก ๙ ห้อง แสดงพระราชประวัติ พระราชจริยวัตร และโครงการในพระราชดำริ ตลอดจนเครื่องใช้ส่วนพระองค์บางอย่าง และมีห้องประชุมขนาดใหญ่ ๕๐๐ ที่นั่ง

The Garden of the Great King

บริเวณที่ ๒ สวนพฤกษศาสตร์
พื้นที่ประมาณ ๑๕๐ ไร่ เป็นที่รวบรวมพรรณไม้ชนิดต่างๆ ที่จัดปลูกตามหลักอนุกรมวิธานและนิเวศวิทยา เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา การค้นคว้าวิจัยและการอนุรักษ์ มีป้ายชื่อวงศ์และป้ายชื่อวิทยาศาสตร์ของพรรณไม้ บริเวณนี้ประกอบด้วย หอพฤกษศาสตร์ที่ภายในมีพิพิธภัณฑ์พืช ห้องสมุด และที่ทำงานของเจ้าหน้าที่และนักวิชาการทางด้านพฤกษศาสตร์ นอกจากนี้ยังมี  เรือนเฟินและกล้วยไม้ อาคารพรรณไม้ในร่ม อาคารจีโอเดสิกโดม พลับพลายอดกลางสระบัว  อาคารถกลพระเกียรติ ซึ่งใช้เป็นที่จัดประชุมสัมมนา รวมทั้งเปิดให้ใช้เพื่อจัดงานต่างๆ และอาคารสำนักงานสวนสาธารณะสวนหลวง ร.๙ ของกรุงเทพมหานคร ซึ่งทำหน้าที่ปลูก บำรุงรักษา และขยายพันธุ์ไม้

The Botanic Garden

บริเวณที่ ๓ ตระพังแก้ว
พื้นที่ประมาณ ๔๐ ไร่ เป็นที่รองรับน้ำ เพื่อบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขัง ในเขตชานเมืองด้านตะวันออก ของกรุงเทพมหานคร ตามแนวพระราชดำริ ที่พระราชทานไว้แต่เดิม และยังใช้ประโยชน์ เพื่อกิจกรรมทางน้ำ ริมฝั่งเป็นที่ตั้งของอาคารชายชล ซึ่งเป็นที่ทำงานของคณะกรรมการบริหารสวนหลวง ร.๙  มูลนิธิสวนหลวง ร.๙  ร้านขายของที่ระลึก และร้านอาหาร

The Reservoir (Traphang Kaew Keb Nam)

บริเวณที่ ๔ สวนรมณีย์
พื้นที่ประมาณ ๕๐ ไร่ เป็นสวนซึ่งมีลักษณะเลียนแบบธรรมชาติของท้องถิ่นที่สวยงาม โดยได้นำหินธรรมชาติจากหลายภาคของประเทศมาจัดวางให้ดูเป็นป่าเขา พร้อมกับนำพรรณไม้จากป่าต่างๆ มาปลูกให้ดูผสมกลมกลืนกันเป็นธรรมชาติจริงๆ เหมือนกับได้จำลองป่า เขา น้ำตก  ลำธาร มาไว้ใจกลางเมือง มีสวนพรรณไม้หอมรอบบริเวณศาลาพุฒ-จันทน์ ริมฝั่งด้านตระพังแก้วมีประติมากรรมเฉลิมพระเกียรติ “บรมราชินีนาถบุปผาลัย” ซึ่งจำลองพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถไว้

Romanee Garden

บริเวณที่ ๕ สวนน้ำ
พื้นที่ประมาณ ๔๐ ไร่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริให้จัดทำ ”สวนน้ำ” ในบริเวณสวนหลวง ร.๙ เพื่อเป็นการจำลองให้คล้ายกับ “พรุ” ตามสภาพธรรมชาติ สำหรับใช้เพื่อการศึกษา และเพื่อความรื่นรมย์ให้กับผู้เข้าชม

The Water Garden

บริเวณที่ ๖ สนามราษฎร์และศูนย์กีฬา
พื้นที่ประมาณ ๗๐ ไร่ เป็นพื้นที่อเนกประสงค์ ประกอบด้วยสนามกว้างใหญ่    และสังคีตศาลา ซึ่งเป็นเวทีแสดงกลางแจ้ง สำหรับใช้เป็นสถานที่จัดกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการจัดตลาดนัดต้นไม้ ในงานพรรณไม้งามอร่ามสวนหลวง ร.๙ ส่วนบริเวณศูนย์กีฬา ประกอบด้วยสระว่ายน้ำ สนามเทนนิส สำหรับบริการกับประชาชนทั่วไป

The Sanam Rasdara and Sport Center

สวนนานาชาติ
ภายในสวนหลวง ร.๙ ยังมีสวนนานาชาติซึ่งเป็นสวนที่จัดแสดงลักษณะสวนของประเทศต่างๆคือ – สวนจีน สวนญี่ปุ่น เป็นสวนของโลกภาคตะวันออก – สวนสเปน สวนอังกฤษ สวนฝรั่งเศส และสวนอิตาลี เป็นสวนของโลกภาคตะวันตก – สำหรับประเทศสหรัฐอเมริกานั้น ได้สร้างอาคารจิโอเดสิคโดม ซึ่งใช้สำหรับปลูกรวบรวมพืชทนแล้ง เช่น พวกกระบองเพชร เป็นต้น สวนนานาชาติเหล่านี้เป็นสวนขนาดเล็ก จัดแสดงกระจายอยู่ในบริเวณต่างๆ เพื่อจรรโลงความงามและความตื่นตาตื่นใจ มีจุดมุ่งหมายให้ผู้มาเข้าชมสวนหลวง ร.๙ ได้เห็นต้นฉบับที่ถูกต้องของสวนนั้นๆ โดยได้รับความร่วมมือจากสถานเอกอัครราชทูตของแต่ละประเทศ กำหนดแบบลักษณะที่ถูกต้องและความหมาย และได้รับความอนุเคราะห์การก่อสร้างจากมิตรประเทศ องค์กรธุรกิจเอกชน รวมทั้งสมาคมนักเรียนเก่าของประเทศนั้นๆ อีกด้วย

International Garden

จะเห็นได้ว่าสวนหลวง ร.๙ เป็นสวนที่ประกอบไปด้วยต้นไม้นานาพรรณมีทั้งไม้ยืนต้น  ไม้พุ่ม ไม้ล้มลุก ไม้ยึดเกาะ ไม้ดอก ไม้ใบ ไม้คลุมดิน ไม้ป่า และไม้นำเข้าจากต่างประเทศ นอกจากนี้ยังมีสวนรวบรวมกลุ่มพรรณไม้ต่างๆ เช่น สวนบัวเบญจพรรณ  ซึ่งมีบัวประมาณ ๔๐ สายพันธุ์ สวนมะพร้าว มีประมาณ ๔๐ สายพันธุ์ สวนสมุนไพร มีประมาณ ๒๐๐ กว่าชนิด พืชวงศ์ปาล์ม ประมาณ ๗๐ กว่าชนิด พืชวงศ์หญ้า ประมาณ ๔๐ กว่าชนิด กลุ่มวัลยชาติอีกถึง ๖๐ ชนิด พรรณไม้ประจำจังหวัดอีก ๗๖ จังหวัด มีพรรณไม้รวมทั้งหมดประมาณ ๒๓๐๐ ชนิด นับว่าเป็นแหล่งเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์   ให้ความรู้ ความเข้าใจ และก่อให้เกิดความตระหนักถึง การอนุรักษ์ความหลากหลายของพรรณไม้ต่างๆ ให้กับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา และประชาชนผู้สนใจทั่วไป นับว่าเป็นแหล่งเรียนรู้ตลอดชีวิต ที่น่าเข้ามาศึกษาและเที่ยวชมแห่งหนึ่ง