• ปีศาจทะเลทราย

    ปีศาจทะเลทราย

    ปีศาจทะเลทราย ชื่อวิทยาศาสตร์ Welwitschia mirabilis Hook.f. วงศ์ Welwitschiaceae เป็นพืชหายากในกลุ่มปรงและสน (Gymnosperm) ที่ขึ้นอยู่ท่ามกลางทะเลทรายแถบนามีเบียและแองโกล่าใต้ทวีปแอฟริกา  มีอายุยืนยาวหลายร้อยหลายพันปี โดยมีใบเพียง 2 ใบ ยาว หนา แข็งบิดงอ กองอยู่รอบต้นที่โป่งพอง สูงเพียง 1 เมตร มีรากแก้วยาวมาก หยั่งลึกลงใต้ผืนทรายและอาศัยน้ำค้างยามค่ำคืนดำรงชีพดังปีศาจ นับว่าเป็นพืชโบราณที่ยังหลงเหลืออยู่จนถึงปัจจุบัน พืชชนิดนี้ต้นแยกเพศ ขยายพันธุ์โดยเมล็ด ในสวนหลวง ร.๙ มีจัดแสดงอยู่ในอาคารพรรณไม้ทะเลทรายทั้งต้นเพศผู้และต้นเพศเมีย

    continue reading »

     
     
  • ปทุมมา

    ปทุมมา

    ปทุมมา  Curcuma alismatifolia Gagnap. ชื่อวงศ์ ZINGIBERACEAE ไม้ล้มลุก สูง 50-80 ซม. ลำต้นใต้ดินเป็นเหง้า ใบ เดี่ยว รูปรีแกมขอบขนาน กว้าง 10-15 ซม. ยาว 18-25 ซม. ปลายและโคนใบแหลม  ดอกออกเป็นช่อ ประกอบด้วยใบประดับสีชมพูหรือขาว เรียงเวียน ซ้อนกันแน่น ใบประดับด้านล่างสีเขียวอมชมพู ด้านบนมีขนาด ใหญ่กว่า สีชมพูสด กลีบรองดอกรูปกรวย ยาว 8-12 มม. กลีบดอก เป็นหลอด ยาว 15-18 มม. ปลายแยกเป็น 3 แฉก รูปขอบขนาน ผิวเกลี้ยง สีขาวหรือม่วง ตรงกลางกลีบบริเวณโคนมีประสีเหลือง เกสรผู้ 1 อัน อับเรณูที่โคนมีเดือยสั้น รังไข่ผิวเกลี้ยง ผล […]

    continue reading »

     
     
  • ต้นรวงผึ้ง

    ต้นรวงผึ้ง

    รวงผึ้ง ชื่อวิทยาศาสตร์  Schoutenia glomerata King subsp. peregrina (Craib) Roekm. วงศ์ TILIACEAE ไม้ต้นผลัดใบ สูง 5-8 ม. แตกกิ่งก้านจำนวนมาก เปลือกของ ลำต้นชั้นนอกเรียบ สีเทาเข้ม มีช่องอากาศ กระจายทั่วไป ใบ เดี่ยว เรียงสลับ รูปรีหรือรูปรีแกมรูปขอบขนาน กว้าง 1.5-3 ซม. ยาว 4-9 ซม. ปลายแหลม โคนมน ขอบเรียบ  เนื้อใบหนา แผ่นใบด้านบนสีเขียวเข้มเป็นมัน ด้านล่างสีนวล มีขนสีน้ำตาลบริเวณเส้นใบ ร่วงหลุดง่าย กิ่งและก้านใบมีขนสีน้ำตาล ดอกแบบช่อกระจุกออกที่ซอกใบ ดอกย่อยจำนวนมาก กลีบเลี้ยงโคนเชื่อมติดกันเป็นรูปถ้วย ปลายแยกเป็น 5 กลีบ มีขนปกคลุมด้านนอก ด้านในเกลี้ยง สีเหลือง ไม่มีกลีบดอก เกสรเพศผู้ จำนวนมาก ยาวกว่ากลีบเลี้ยงเล็กน้อย […]

    continue reading »

     
     
  • เครือเทพรัตน์

    เครือเทพรัตน์

     เครือเทพรัตน์ Thepparatia thailandica Phuph. วงศ์ MALVACEAE ไม้เถาเลื้อยขนาดใหญ่วงศ์ชบา ขึ้นพันและทอดเลื้อยได้ยาวถึง ๒๐ ม.  ใบเดี่ยว เวียนหนาแน่นบริเวณปลายกิ่ง ใบย่อยแผ่กว้างลักษณะเป็น ๓ พู ปลายใบแหลม โคนใบเว้ารูปหัวใจ ขอบใบจักตื้นๆ ดอกออกเป็นช่อบริเวณปลายยอด ดอกย่อยสีครีมแกมม่วง ลักษณะดอกคล้ายชบา มี ๕ กลีบเรียงเวียนซ้อนกัน กลีบรองดอกสีเขียวอ่อน กลีบดอกด้านนอกสีครีมด้านในออกสีม่วง มัดเกสรเป็นแท่งกลมอยู่ในหลอดดอก ปลายดอกห่อไม่บานมาก ผล รูปกระสวย เป็นผลแห้งแก่ไม่แตก พันธุ์ไม้หายากและเป็นพืชถิ่นเดียว พบขึ้นอยู่เฉพาะในประเทศไทย โดยพบขึ้นกระจายอยู่ในพื้นที่ภาคเหนือที่จังหวัดตาก ลำปางและเชียงใหม่ ตามบริเวณชายป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบที่ระดับความสูง ๔๐๐-๗๐๐ เมตรจากระดับน้ำทะเล เก็บตัวอย่างครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ ที่ป่าจังหวัดตาก ใกล้พรมแดนพม่า นางลีนา ภู่พัฒนพงศ์ นักพฤกษศาสตร์หอพรรณไม้ กรมป่าไม้ เป็นผู้ตรวจสอบเอกลักษณ์ และตีพิมพ์ในปี พ.ศ. […]

    continue reading »

     
     
  • ผักเชียงดา

    ผักเชียงดา

    ผักเชียงดา  ชื่อวิทยาศาสตร์  Gymnema inodorum (Lour.) Decne.วงศ์  APOCYNACEAE ไม้เลื้อยพัน มีน้ำยางขาว   ใบเดี่ยว  เรียงตรงข้าม  รูปรีแกมหัวใจ กว้างประมาณ 7 ซม. ยาว 12-14 ซม.  ปลายใบแหลม มักเป็นติ่งสั้น  โคนใบรูปหัวใจตื้น มีต่อมเป็นหนามสั้นที่โคน  เส้นกลางใบ สีดำ ก้านใบยาวประมาณ 3 ซม. ใบแก่สีเหลือง  ขอบใบเรียบ สีเขียวเข้ม   ดอกแบบช่อกระจุก สีเขียวอ่อน  กลีบเลี้ยงแยก 5 กลีบ  กลีบดอกเชื่อมติดกัน  ปลายแยกเป็น 5 กลีบ  เกสรเพศผู้ 5 อัน ติดบนหลอดกลีบดอก  รังไข่เหนือวงกลีบ   ผลกลุ่ม เป็นฝักคู่ การกระจายพันธุ์  อินเดีย เนปาล จีน […]

    continue reading »